เรื่อง จักรพันธุ์กังวาฬ / ภาพ
บันสิทธิ์ บุณยะรัตเวช
เป็นเรื่องไม่ตลกนักเมื่อคิดว่าเด็กวัยไร้เดียงสาเช่นนักเรียนอนุบาลยังถูกคุมคามให้รู้สึกหนักใจด้วยปัญหาการจราจร
ดังผลการสำรวจ "เสียงสะท้อนของเด็กไทย ณ วันนี้" โดย
"สวนดุสิตโพล" สถาบันราชภัฎสวนดุสิต เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ปี
๒๕๔๗ พบว่าสิ่งที่"เด็กอนุบาล"รู้สึกแย่มากที่สุดในเมืองไทย อันดับหนึ่งคือ
ปัญหาการจราจร รถติด ด้วยคะแนน ๖๙.๒๓ %
src="http://www.sarakadee.com/feature/2004/07/images/train08.jpg" border=0>
เมืองศูนย์กลางอย่างกรุงเทพฯ
หนีไม่พ้นปัญหาการจราจรเช่นเดียวกับมหานครแห่งอื่นของโลก แต่ละวัน
ทั้งเด็กเล็ก หนุ่มสาว ผู้สูงวัย ต้องร่วมชะตากรรมสัญจรบนท้องถนนที่รถติดขั้นสาหัส
ก่อโรคและบั่นทอนสุขภาพจิตของผู้คน
ทั้งยังสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอย่างมหาศาล
ปัญหาการจราจรที่วิกฤติและเรื้อรัง
ทำให้รัฐบาลต้องผลักดันให้เกิดโครงการขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ เมื่อปลายปี
พ.ศ.๒๕๔๒ คนกรุงเทพฯ ได้สัมผัสการขนส่งรูปแบบใหม่ นั่นคือรถไฟลอยฟ้าบีทีเอส
และล่าสุด โครงการรถไฟฟ้าใต้ดินสายแรกของเมืองไทย
หรือชื่ออย่างเป็นทางการตามที่ได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
ว่า โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล มีกำหนดเปิดให้บริการภายในปี ๒๕๔๗ นี้
เพื่อแบ่งเบาปัญหาจราจรของคนกรุงเทพฯ
color=#ff0000>กว่ารถไฟฟ้าจะมุดลงดิน
โครงการรถไฟฟ้ามหานคร
สายเฉลิมรัชมงคล
เกิดขึ้นภายใต้ความรับผิดชอบของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)
ซึ่งเป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจ ประภัสร์ จงสงวน
ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เล่าความเป็นมาของโครงการนี้ว่า
src="http://www.sarakadee.com/feature/2004/07/images/train01.jpg" border=0>
"เดิมรถไฟฟ้าสายนี้จะเป็นระบบยกระดับตลอดเส้นทางเหมือนกับรถไฟฟ้าบีทีเอส
โดยรัฐเป็นผู้ลงทุนทั้งหมด
แต่ตอนนั้นประชาชนเริ่มมีความรู้สึกไม่ดีกับการก่อสร้างแบบยกระดับของบีทีเอส
เพราะมีปัญหาเรื่องวัสดุอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนการก่อสร้างตกลงมาบนถนนค่อนข้างมาก
พูดกันว่าการก่อสร้างอย่างนี้ทำให้เกิดพื้นที่แออัด และสร้างมลภาวะทางสายตา
มีกระแสเรียกร้องให้เอาระบบอย่างนี้ไปไว้ใต้ดิน รัฐบาลสมัยนายกฯบรรหาร
ศิลปอาชา ได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๓๘ ให้ก่อสร้างโครงการฯ
เป็นระบบใต้ดินตลอดสาย โดยให้
รฟม.ลงทุนก่อสร้างงานโยธาและเอกชนลงทุนงานระบบรถไฟฟ้า"
เอกชนที่ประมูลโครงการได้ก็คือ
กลุ่มบริษัทที่มีบริษัท ช.การช่าง จำกัด(มหาชน) เป็นแกนนำ
และได้ร่วมกันจัดตั้งบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(BMCL)
ขึ้นเพื่อเป็นผู้รับสัมปทานเดินรถเป็นเวลา ๒๕ ปี
รถไฟฟ้าใต้ดิน
สายเฉลิมรัชมงคล มีระยะทางประมาณ ๒๐ กิโลเมตร
แนวเส้นทางเริ่มต้นที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ผ่านถนนพระรามที่ ๔
เลี้ยวเข้าถนนรัชดาภิเษก ผ่านศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถนนอโศก สี่แยกพระราม
๙ สี่แยกสุทธิสาร เลี้ยวเข้าถนนลาดพร้าวที่แยกรัชดา-ลาดพร้าว
ผ่านสวนจตุจักรเข้าถนนกำแพงเพชร
สิ้นสุดที่สถานีรถไฟบางซื่อ
ตลอดเส้นทางมีสถานี ๑๘ สถานี ประกอบด้วย
สถานีหัวลำโพง สถานีสามย่าน สถานีสีลม สถานีลุมพินี สถานีคลองเตย
สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาตสิริกิติ์ สถานีสุขุมวิท สถานีเพชรบุรี สถานีพระราม ๙
สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สถานีห้วยขวาง สถานีสุทธิสาร สถานีรัชดาภิเษก
สถานีลาดพร้าว สถานีพหลโยธิน สถานีสวนจตุจักร สถานีกำแพงเพชร และสถานีบางซื่อ
src="http://www.sarakadee.com/feature/2004/07/images/train02.jpg" border=0>
"โครงการฯ เริ่มก่อสร้างเมื่อปลายปี ๓๙ ที่สถานีหัวลำโพง"ประภัสร์กล่าว
"แน่นอนว่าการก่อสร้างระบบใต้ดินมีความยุ่งยากซับซ้อนมากกว่าระบบยกระดับ
เพราะต้องทำงานกับสิ่งที่มองไม่เห็นใต้ดิน
เราต้องสำรวจชั้นดินเพื่อวางแนวอุโมงค์ และต้องคำนึงถึงระบบที่เกี่ยวข้องเยอะ
เช่นระบบระบายอากาศ ความร้อน การป้องกันภัยต่างๆ
"
"จริงอยู่ประเทศไทยเคยทำการขุดอุโมงค์มานานแล้ว
แต่เป็นอุโมงค์ส่งน้ำซึ่งมีขนาดเล็ก
แต่อุโมงค์ใหญ่ขนาดนี้เพิ่งทำการขุดเป็นครั้งแรก
ต้องใช้หัวขุดและเทคโนโลยีที่ซับซ้อนแบบนี้เป็นครั้งแรก
โดยบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างของไทย-ญี่ปุ่น-เยอรมันร่วมกัน"
color=#ff0000>อุโมงค์รถไฟใต้ดินไม่ถล่ม?
ในขณะรถไฟลอยฟ้าวิ่งบนทางยกระดับที่มีเสารองรับมั่นคง
แต่อุโมงค์ทางวิ่งของรถไฟฟ้า
hspace=5 src="http://www.sarakadee.com/feature/2004/07/images/train03.jpg"
align=left vspace=5 border=0>ใต้ดินตลอดแนว ๒๐
กิโลเมตรวางตัวอยู่ใต้ชั้นดินกรุงเทพฯ ลึกประมาณ ๒๐-๓๐
เมตรโดยไม่มีโครงสร้างค้ำยันใดๆ ทั้งสิ้น
ปรากฏการณ์นี้อาจทิ้งข้อกังวลค้างในใจผู้โดยสารว่า
จะเกิดเหตุการณ์ชั้นดินทรุดจนอุโมงค์ถล่มหรือไม่? ผู้ที่ไขข้อข้องใจนี้คือ
ชูเกียรติ โพธยานุวัตร ผู้ช่วยผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
"จริงๆ อุโมงค์รถไฟใต้ดินไม่มีเสาเข็มรองรับเลย
เพราะฉะนั้นสิ่งที่รองรับมันก็คือดินที่อยู่รอบๆ นั่นเอง
เรารู้ว่าดินกรุงเทพฯ ประกอบด้วยชั้นดินเหนียว
ส่วนบนจะเป็นชั้นดินเหนียวอ่อนหนาประมาณ ๑๒ เมตร
ชั้นต่อมาเป็นดินเหนียวแข็งปานกลางหนาประมาณ ๓ เมตร
หลังจากนั้นเป็นชั้นดินเหนียวแข็งมาก หนาประมาณ ๕-๖ เมตร
แล้วใต้ลงไปอีกจะเจอชั้นทราย ซึ่งอยู่ลึกจากผิวดินประมาณ ๒๐-๒๓ เมตร
ในการก่อสร้าง เราจึงพยายามวางแนวอุโมงค์อยู่ในระดับความลึก ๒๐ เมตร
ในชั้นดินเหนียวแข็งหรือชั้นทราย
เพราะทั้งสองชั้นนี้จะสามารถรับน้ำหนักได้ดีมาก
เราทำการวิเคราะห์ออกมาแล้วว่าอุโมงค์จะอยู่ได้ด้วยตัวของมันเองโดยไม่ต้องเอาอะไรมาค้ำยัน
"
"ในการขุดเจาะอุโมงค์ รฟม.เราทำการสำรวจชั้นดินตลอดเส้นทาง ทุกๆ
๕๐๐ เมตรจะมีหลุมเจาะ ๑ หลุมเพื่อสำรวจชั้นดิน เราได้ทำแผนที่ชั้นดินกรุงเทพฯ
และทำรายงานไว้เป็นเล่ม" ชูเกียรติกล่าว
color=#ff0000>อุโมงค์ใต้ดินใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
อุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินมีลักษณะเป็นวงกลม
เส้นผ่าศูนย์กลางภายใน ๕.๗๐ เมตร ผู้ช่วยฯ ชูเกียรติอธิบายว่า
src="http://www.sarakadee.com/feature/2004/07/images/train04.jpg" border=0>
"อุโมงค์รถไฟใต้ดินทั่วโลกเป็นวงกลมหมด เพราะว่าในทางวิศวกรรมโครงสร้าง
หรือในทางเทคนิคแล้ว
รูปทรงกลมจะมีเสถียรภาพในการรับน้ำหนักดีที่สุดเมื่อเทียบกับรูปทรงอื่น
ไม่ว่าสามเหลี่ยมหรือสี่เหลี่ยม"
อุปกรณ์สำคัญในการขุดเจาะอุโมงค์คือหัวขุดแบบสมดุลแรงดันดิน(Earth
Pressure Balance) มีลักษณะเป็นทรงกระบอกขนาดใหญ่ ส่วนหน้าสุดคือแผ่นใบพัด ๔-๖ แฉก
มีฟัน(Cutter bit)หรือใบมีดเป็นปุ่มแหลมเรียงเป็นแนวบนแต่ละแฉก
ใบมีดเหล่านี้ทำจากโลหะทังสเตนคาบายที่แข็งกว่าเหล็ก
แต่อ่อนกว่าเพชรไม่มากนัก
การขุดเจาะอุโมงค์ทำในเวลากลางคืน
เพื่อไม่ก่อให้เกิดปัญหาการจราจรมากนัก ใต้ดินลึกจากผิวถนน ๒๐ เมตร
หัวขุดได้ทะลุทะลวงชั้นดินไปข้างหน้าด้วยแรงบิดมหาศาล
ตามทิศทางที่ตั้งไว้ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์
โดยมีคนควบคุมหน้าจอนั่งอยู่ภายในห้องเครื่องที่ติดตั้งอยู่กับหัวขุดเอง
ด้านหลังหัวขุดยังมีหน่วยแบ๊คอัพยูนิตตามมา ซึ่งประกอบด้วยเครื่องอัดสารเคมี
เครื่องอัดอากาศ มีสายพานลำเลียงดินที่ขุดเจาะแล้วไปทิ้ง
และมีรถลำเลียงชิ้นส่วนเปลือกอุโมงค์เข้ามาติดตั้งในขณะเดียวกัน
src="http://www.sarakadee.com/feature/2004/07/images/train05.jpg" border=0>
เปลือกอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินมีความหนา ๓๐ ซ.ม.
ทำจากคอนกรีตเสริมเหล็กที่เรียกว่าคอนกรีตกำลังสูง มีค่าความต้านทานต่อแรงกดมากกว่า
๓๕๐ กิโลกรัมต่อ ต.ร.ซม. มันถูกหล่อสำเร็จออกมาเป็นชิ้น
แต่ละชิ้นลักษณะเป็นแผ่นโค้ง ซึ่งจะนำมาประกอบเข้าด้วยกันเป็นวงแหวนทรงกระบอกยาว
๑.๒๐ เมตร หรือหนึ่งเซกเมนต์
เซกเมนต์เหล่านี้จะถูกติดตั้งเรียงต่อกันไปตลอดแนวยาวอุโมงค์
ระหว่างการขุดเจาะ
หัวขุดจะถูกดันไปข้างหน้าเข้าไปในดินด้วยระบบไฮดรอลิค
โดยมีหัวตัดดินหมุนได้เป็นส่วนตัดดินด้านหน้า
ดินจะถูกลำเลียงออกไปโดยสายพานลำเลียงดิน
หลังหัวขุดเคลื่อนที่ไปจนสุดหนึ่งครั้ง
ชิ้นส่วนคอนกรีตหล่อสำเร็จจะถูกประกอบเป็นวงของอุโมงค์
รายละเอียด อ่านต่อที่ href="http://www.sarakadee.com/modules.php?name=Sections&op=viewarticle&artid=85" target="_blank">http://www.sarakadee.com เลยครับ
--comments-->10--6358--5